นั่งทำงานนาน ๆเริ่มปวดหลังกันหรือยัง?    อาการปวดหลังหรือคอ บ่า ไหล่ เป็นสัญญาณเตือนว่ากล้ามเนื้อเริ่มอ่อนล้าจากการใช้งานมากเกินไปหรือใช้งานผิดท่าทาง อันนำไปสู่โรคออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) ได้   เรานำเคล็ดลับง่าย ๆสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศมารวมไว้เป็น 3 Check list ให้ได้ตรวจสอบกัน

1.  Check ท่านั่งให้ถูกต้อง
     • ท่านั่งที่ถูกต้องสำหรับการนั่งทำงานควรนั่งหลังตรง ถ้าเก้าอี้มีพนังพิงควรนั่งพิงพนักพิง  พยายามนั่งให้หลังชิดพนักพิง (หาหมอนรองมานั่งพิงด้วยยิ่งดี)
     • ลำคอควรตั้งตรง ไม่นั่งแหงนหน้าหรือก้มหน้า เพราะจะทำให้เราใช้กล้ามเนื้อคอมากเกินไปทำให้ปวดคอได้
     • นั่งโดยให้เท้าทั้ง 2 ข้างวางราบกับพื้น เข่าควรอยู่ต่ำกว่าสะโพก    หากเผลอนั่งยกขาขึ้นมานั่งทับการยกขาขั้นมาจะส่งผลเสียต่อสันหลังส่วนล่างได้

2.  Check ตำแหน่งอุปกรณ์ computer ให้อยู่ตำแหน่งที่เหมาะสม
     • หน้าจอ ควรอยู่ระดับสายตา เพื่อให้ลำคอเราตั้งตรง ไม่ต้องก้มลองมองจออย่างไม่รู้ตัว
     • ควรใช้ Keyboard เป็นผู้ช่วยสำคัญ  ถึงแม้ laptop จะสะดวกสบาย แต่การใช้งานนาน ๆก็ไม่เหมาะสมเพราะเราจะต้องยกแขน+ข้อมือขึ้นมาพิมพ์บนแป้นพิมพ์   ซึ่งนั่นทำให้เรายกไหล่โดยไม่รู้ตัว จุดนี้เองเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เราปวดคอ, บ่า, ไหล่    การใช้โต๊ะที่มีลิ้นชักวาง Keyboard แล้วต่อสาย Keyboard จะช่วยให้เราสามารถควบคุมให้ข้อศอกอยู่ในลักษณะ 90 องศา ไม่ต้องยกแขนขึ้นมาสูงเพื่อพิมพ์แป้นพิมพ์

3.  Check เวลาการนั่งให้ไม่เกิน 45 นาที – 1 ชั่วโมง
      • ถึงแม้เราจะนั่งในท่าทางที่ถูกและปรับตำแหน่งอุปกรณ์ต่าง ๆไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือระยะเวลาการนั่งทำงาน เราควรเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 45 นาที – ชั่วโมง  โดยแต่ละครั้งที่เปลี่ยนอิริยาบถ เราอาจลุกขึ้นเดินหรือขยับร่างกายเพื่อยืดเส้นและกล้ามเนื้อให้ร่างกายได้เปลี่ยนท่าทาง   ควรเปลี่ยนท่าทางแบบนี้ครั้งละ 5-10 นาที

อาจจะดูว่าเป็นเรื่องเล็ก ๆของการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ แต่เป็นปัญหาที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว  ถ้าเราทิ้งอาการเหล่านี้ไว้นาน ๆโดยไม่มีการปรับเปลี่ยน ในอนาคต..อาการเหล่านี้จะเป็นปัญหาสุขภาพที่เรื้อรังไปยังร่างกายส่วนอื่น ๆหรือเส้นประสาทได้ ทำให้รักษาได้ยากและใช้เวลานานในการรักษา     ดังนั้นหากมีอาการที่เรื้อรังควรนัดหมายแพทย์เฉพาะทางหรือเข้ารับคำแนะนำจากนักกายภาพเพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป